สาระ...น่ารู้


การบำรุงรักษาแบตเตอรี่

1. ตรวจเช็คแรงดัน ( Voltage),ความถ่วงจำเพาะ( Specific Gravity) หรือ ถ.พ. ของแต่ละเซลล์พร้อมตรวจวัดอุณหภูมิของแบตเตอรี่
2. ตรวจเช็คระดับน้ำกรดของแต่ละเซลล์
3. ตรวจเช็คบริเวณขั้วบวก,ขั้วลบ,Intercell Connector,ฝาครอบขั้ว-ครอบสะพานไฟ,สายไฟ,ปลั๊ก(Battery Connector),จุกปิดฝา(Vent Plug),ถังแบตเตอรี่
4. ทำความสะอาดคราบน้ำกรด และคราบสกปรกอื่นๆ บริเวณฝา,เปลือกเซลล์และถังแบตเตอรี่
5. เติมน้ำกลั่นให้ได้ระดับที่กำหนด
6. ทา Grease บริเวณจุดต่อต่างๆ เพื่อป้องกัน Corrosion


สาเหตุที่ส่งผลให้แบตเตอรี่เสียก่อนกำหนด

1. ประจุไฟเกิน ทำให้แผ่นธาตุเกิดความร้อนสูงส่งผลให้โครงกริดเกิดการคดงอและ ผง Active Material เกิดการร่วง
2. มีเศษโลหะหรือสารที่ไม่ต้องการตกลงในเซลล์แบตเตอรี่
3. เติมน้ำกลั่นล้นหรือมากเกินไปจะทำให้ ค่าน้ำกรดเจือจางเป็นสาเหตุทำให้เก็บประจุไฟได้น้อยลง
4. ประจุไฟยังไม่เต็มแล้วนำเร่งแบตเตอรี่ไปใช้งาน
5. ปล่อยให้น้ำกลั่นแห้ง จะทำให้แผ่นธาตุร้อนไหม้จนแผ่นกั้นทะลุ
6. ใช้ไฟมากเกินกำหนดทำให้ประจุไฟเข้าใหม่ได้ยาก
7. ถ.พ.ของน้ำกรดสูงเกินไป จะปฎิกริยาเคมีทำให้เกิดความร้อนขึ้น
8. ประจุไฟให้แบตเตอรี่บ่อยครั้งเกินไป
9. แบตเตอรี่สกปรกเกิดซัลเฟตทำให้ไฟรั่วลงถังเหล็ก
10. การสั่นสะเทือนของแบตเตอรี่อย่างรุนแรง ทำให้แผ่นกั้นเกิดการเสียดสีและเป็นสาเหตุให้เกิดแผ่นธาตุบวก-ลบลัดวงจร

ข้อเสนอแนะในการใช้แบตเตอรี่-สิ่งที่ควรปฏิบัติ

1. ตรวจเช็คระดับของน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับอยู่เสมอ
2.ใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์เท่านั้น เติมลงในแบตเตอรี่
3. บำรุงรักษาแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า
4. สวมถุงมือและแว่นตา เพื่อความปลอดภัยในขณะปฏิบัติงาน
5. ให้รีบประจุไฟให้กับแบตเตอรี่ทันทีเมื่อใช้งานแบตเตอรี่แล้วเสร็จ
6. เปิดจุกปิดฝาในขณะที่ประจุไฟ เพื่อระบายความร้อนและแก๊สได้ดียิ่งขึ้น
7. เมื่อประจุไฟเต็มแล้วก่อนนำออกใช้ควรทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิลดลงก่อน
8. ปิดฝาครอบขั้วแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการลัดวงจร
9. ตรวจเช็คอุปกรณ์ของแบตเตอรี่อยู่เสมอ หากชำรุดควรแก้ไขหรือแจ้งให้ผู้รับผิดชอบทราบ
10. ประจุไฟให้เต็มทุกครั้ง ก่อนนำไปใช้งาน (ถ.พ. 1.270-1.280)


ข้อเสนอแนะในการใช้แบตเตอรี่-สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ

1. ใช้แบตเตอรี่เกินอัตราที่กำหนด ถ.พ. ต่ำกว่า 1.150
2. ประจุไฟเกิน (Over Charge) อัตราที่กำหนด
3. เติมน้ำกลั่นน้อยหรือมากเกินไป
4. ใช้เครื่องมือที่เป็นโลหะโดยไม่มีฉนวนหุ้ม
5. สูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟใด ๆ ใกล้แบตเตอรี่
6. เปลี่ยนหรือเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่โดยไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายกับผู้ปฏิบัติงานหรือตัวแบตเตอรี่ได้


ข้อควรระวังในการใช้แบตเตอรี่

1. หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักจนไฟหมด การใช้งานแบตเตอรี่หนักจนรถไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ จะทำให้แบตเตอรี่อายุการใช้งานสั้นลง ควรใช้งานเพียง 70-90% ของความจุแบตเตอรี่
2. ต้องชาร์จไฟหลังจากใช้งาน ไม่ควรปล่อยแบตเตอรี่ที่ไฟอ่อนไว้ โดยไม่ได้ชาร์จไฟ และการ อัดไฟมากเกินไป จะทำให้มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่
3. ควบคุมอุณหภูมิของน้ำกรดขณะชาร์จไม่ควรสูงเกิน 55 องศาเซลเซียส
4. รักษาระดับน้ำกรดให้พอดี น้ำกรดจะค่อยๆ ลดลงขณะใช้งาน ต้องเติมน้ำกลั่นทันทีถ้าระดับน้ำกรดลดลง
5. ขณะใช้งานแบตเตอรี่จะเกิดแก๊สไฮโดรเจน ระวังอย่าเข้าใกล้เปลวไฟ
6. รักษาแบตเตอรี่ให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอเพื่อป้องกันไฟรั่วและผุกร่อน

หน้าที่ของแบตเตอรี่เมื่อนำมาใช้งานกับรถยกไฟฟ้า

1. ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์ปั้มไฮโดรลิค
2. ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์ขับเคลื่อน
3. ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์พวงมาลัย
4. ให้กำลังไฟฟ้ากับระบบแสงสว่าง, สัญญาณต่าง ๆ และระบบควบคุม ( ควรใช้ DC to DC converter )
5. เป็นน้ำหนักถ่วงในขณะยกของ ( Counterbalance )